Travel

2008/Apr/20

Human Rights Education Coordinator Forum.

Santiago, Chile. Feb.20 - 24,2008.

+------------------------------------+

On the way...   ตามประสา "ศิลปิน จร - จัด" เรื่องไรจะปล่อยให้พลาด !!!

  

 

 

edit @ 21 Apr 2008 13:13:25 by ...

2007/May/01

สงกรานต์ 2550ณ เชียงของ

ยามเย็น ณ ริมน้ำของ...

ถนนสาย เชียงแสน - เชียงของ ในวันที่ฝนโปรยปรายหลังหมอกควันเจือจางไป

อบอุ่น เรียบง่าย และเป็นกันเองที่ "บ้านตำมิละ"...

"กินข้าวแลงกับอ้ายฮัก ม่วนซื่นศิลปกวีกับคนฮู้จัก..." สุขใดจะปาน ณ บ้านครูตี๋

สงกรานต์ปีที่แล้วผมมีโอกาสไปแอ่วเมืองหลวงพระบาง และล่องน้ำของไปถ้ำติ่งกับพ่อแม่ หลานๆ และสาวเจ้า และครั้งนั้นเองที่บทเพลง "สาวหลวงพระบาง" ก็ผุดขึ้นมาระหว่างที่ล่องเรือกลับ ผมรีบจดเนื้อเพลงวรรคนั้นลงสมุด โดยที่น้องนางไม่รู้ ผมได้แต่ยิ้มและแอบมองเธอ พร้อมกับจินตนาการเนื้อเพลงท่อนต่อไป

เมื่อกลับมายังที่พัก ผมจรดปากกาเพื่อถ่ายทอดเนื้อเพลงท่อนที่คิดได้บนเรือลงสมุดอีกครั้ง และเพลงนี้ก็เสร็จสมบูรณ์เมื่อผมกลับมาถึงกรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา...

"สาวหลวงพระบาง"

คึดฮอดแคมของเมืองหลวงพระบาง

บ่ อยากเหินห่าง น้องนางผู้แก้มนวล

ย้อนฮักเจ้าหลาย บ่ อยากลาไกลหัวใจคร่ำครวญ

แนมหน้าผู้เจ้าเนื้อนวลท่าทีเซินซวน ฮื้ออ้ายห่วงหา...

จำจากคนฮัก สาวหลวงพระบาง

จำเป็นบางอย่าง เพื่อสร้างทางฮักของเฮา

จากน้องวันนี้ คนดีอย่าได้หงอยเหงา

มื้อหน้าคืนมาคือเก่า เพราะฮักสองเฮา ที่หลวงพระบาง...

* อ้ายขอแต่เจ้า อย่าฟ้าวปันใจให้ไผ

สาวหลวงพระบางมัดใจ บ่าวไทย ได้แล้ว อย่าหลอก

อ้ายสิอดส่าห์ หาเงินมา บ่โดนเกินดอก

น้ำของหม่องเฮานั่งหยอก สิเฝ้าคอยฮ่วมเป็นพยาน....

น้ำของเพิ่นไหล ฮอดไทย ฮอดลาว

คือหัวใจเจ้า กับอ้ายได้มาฮอดกัน

น้ำใจคนดี เจ้ามีเอื้อเฟื้อแบ่งปัน

ให้อ้ายได้มาสัมพันธ์ ฮักแพงจอมขวัญ สาวหลวงพระบาง...

...........................................

ทุกครั้งที่นำไปร้องทั้งทางการและในวงเหล้า ก็พอจะได้รับคำชมจากผู้ฟังอยู่บ้าง ครูตี๋ที่เชียงของบอกว่าเพลงนี้ถ้าฟังอย่างเดียวก็จะคิดว่าคนแต่งเพลงนี้น่าจะต้องเป็นคนลาวแน่ๆ เพราะภาษาก็ออกไปทางภาษาลาวแท้ๆ ที่ทางอีสานก็ไม่ใช้แล้ว อย่างคำว่า "แคมของ = ริมโขง , แนมหน้า = มองหน้า " เป็นต้น ซึ่งผมก็อาศัยความเป็นลูกอีสานและการที่ได้ฟัง ได้สนทนากับพี่น้องลาวมาผสมผสานกันให้ได้ภาษาที่ใกล้เคียงหรือถูกต้องที่สุด จนออกมาเป็นเพลงเช่นนี้แล...

ตอนนี้กำลังเริ่มทำเดโมชุดนี้อยู่ ถ้าเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ก็จะรีบส่งข่าวแล้วกัน ส่วนตอนนี้ก็อ่านเนื้อเป็นกวี หรือไม่กวีไปพลางก่อน...

2007/Mar/29

"เฮ็ดอยู่ เฮ็ดกิน" วิถีเกษตรพอเพียง

ศุกร์ที่ 23 มี.ค.2550... ณ สวนของพ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้านแห่งบุรีรัมย์

รถตู้ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. พาเราเดินทางฝ่าลมแล้งไปถึงหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งในเขต อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ที่แห่งนี้ผมเคยได้ยินคำเล่าลือมานานเกี่ยวกับการทำเกษตรแบบ "ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก" ของพ่อคำเดื่อง ภาษี

รถตู้เลียบเลาะคันคูอันขุขระ ผ่านท้องนาที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยวัชพืชนานาชนิด เนื่องจากยังไม่ใช่ฤดูทำนา เข้าไปยังสวน นา และป่าไม้ ที่ดูคล้ายวนอุทยานเล็กๆ ของพ่อคำเดื่อง

ยิ่งเข้าไปในอาณาบริเวณก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความสงบเย็น ด้วยสองข้างทางเรียงรายไปด้วยไผ่ และต้นไม้เขียวครึ้มใหญ่น้อยเต็มไปหมด แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับท้องทุ่งนาด้านนอก ซึ่งเป็นของชาวบ้านคนอื่น

ผมเดินทางไปที่นั่นเพราะได้รับคำชวนจากนักพัฒนารุ่นพี่ให้มาช่วยทำกิจกรรมกับกลุ่มอาสาสมัครรักษ์บ้านเกิดที่มาเข้าอบรมเพื่อปลูกฝังความคิดเกี่ยวกับการทำเกษตรแบบพอเพียงอยู่ที่บ้านพ่อคำเดื่อง จากทั่วทุกภาคจำนวน 30 คน ซึ่งเป็นโครงการของ พอช. ที่ดูแลโดยปราชญ์ชาวบ้าน และผู้นำชุมชน